จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันพุธที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ผู้พิทักษ์ของแต่ละตัวละครในแฮร์รี่พอตเตอร์

ผู้พิทักษ์ของแต่ละตัวละครในแฮร์รี่พอตเตอร์

 แฮร์รี่ พอตเตอร์: กวางตัวผู้  
รอน วีสลีย์: สุนัขเทอร์เรีย
เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์:
นาก
ลูน่า เลิฟกู๊ด:
กระต่ายป่า
เออร์นี่ มักมิลลัน:
หมูป่า
เชมัส ฟินนิกัน:
สุนัขจิ้งจอก
อัลบัส ดิมเบิลดอร์:
นกฟีนิกซ์
อาเบอร์ฟอร์ท ดัมเบิลดอร์:
แพะ
มิเนอร์ว่า มักกอนนากัล:
แมวลาย กรอบแว่น 3 ตัว
เซเวอร์รัส สเนป:
กวางตัวเมีย
เจมส์ พอตเตอร์:
กวางตัวผู้
ลิลี่ พอตเตอร์:
กวางตัวเมีย
ซีเรียส แบล็ก:
สุนัขใหญ่
ลอร์ด โวลเดอร์มอร์:
ไม่ มี ผู้พิทักษ์ เพราะ เขาไม่ต้องพิทักษ์อะไรทั้งสิ้น สิ่งที่รู้จักคือ การแย่งชิง ฆ่า ทำลาย เท่านั้น คาถาที่ใช้ได้เก่งที่สุดคือ คำสาปพิฆาต

แอนิเมจัส


แอนิเมจัส



      แอนนิเมจัส (ภาษาอังกฤษ: Animagus หรือ Animagi) ในเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ คือพ่อมดหรือแม่มดที่สามารถแปลงร่างเป็นสัตว์ได้เช่น กวาง กริม หนู เป็นต้น ต่างจาก มนุษย์หมาป่า เช่น รีมัส ลูปิน
โดยปรกติผู้ที่จะเป็นแอนิเมจัส ต้องขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องเป็นทางการกับ กระทรวงเวทย์มนต์ แต่มีพ่อมดแม่มดจำนวนไม่น้อยที่แอบเลี่ยงการขึ้นทะเบียนกับ กระทรวงเวทย์มนต์ เช่น เจมส์ พอตเตอร์, ริต้า สกีตเตอร์ เป็นต้น


แอนิเมจัส เป็น เอกพจน์
แอนิเมไจ เป็น พหูพจน์


คนที่เป็นแอนนิเมจัสในเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์
    • เจมส์ พอตเตอร์ (พ่อของ แฮร์รี่ พอตเตอร์) สามารถแปลงร่างเป็นกวาง จึงมีฉายาว่า เขาแหลม เป็นแอนนิเมจัสที่ไม่ได้ลงทะเบียน
    • ซิเรียส แบล็ก สามารถแปลงเป็นสุนัข จึงมีฉายาว่า เท้าปุย เป็นแอนนิเมจัสที่ไม่ได้ลงทะเบียน
    • ปีเตอร์ เพ็ตตริกรู สามารถแปลงเป็นหนู จึงมีฉายาว่า หางหนอน เป็นแอนนิเมจัสที่ไม่ได้ลงทะเบียน
    • มิเนอร์ว่า มักกอนนากัล สามารถแปลงร่างเป็นแมว เป็นแอนนิเมจัสที่ลงทะเบียนแล้ว
    • ริต้า สกีตเตอร์ สามารถแปลงร่างเป็นแมลงปีกแข็ง เป็นแอนนิเมจัสที่ไม่ได้ลงทะเบียน

เกร็ดความรู้แฮร์รี่พอตเตอร์

เกร็ดความรู้แฮร์รี่พอตเตอร์

      1. ทำไมวิญญาณเฟร็ดถึงไม่ได้มาปรากฏตัวในป่า ? คุณรู้อะไรไหม ฉันไม่เคยคิดถึงเรื่องเฟร็ดกลับมาเลยนะ ฉันวางแผนจะให้เหล่าตัวกวนและลิลี่กลับมามาตลอดตั้งแต่เล่มแรกจบ รุ่นก่อนมีพวกเขากันอยู่สี่คนและพวกเขาก็ถูกหักหลังโดยหนึ่งในพวกเขาเองก็ เลยเหลือแค่สาม ดังนั้นฉันจึงอยากให้แฮร์รี่ถูกรอบล้อมไปด้วยแม่ของเขา เจมส์ ซีเรียส และลูปิน ซึ่งทั้งหมดนั้นตายเพื่อเขา คุณก็รู้ ลูปินตายในสงคราม เขาไม่จำเป็นที่จะต้องกลับมาต่อสู้เลยด้วยซ้ำ เจมส์ตายเพราะพยายามที่จะปกป้องครอบครัว และซีเรียสก็เสียชีวิตเพราะต่อสู้เคียงข้างแฮร์รี่ และแม่ของเขาเองที่ตายเพื่อเขาโดยเฉพาะ ฉันก็เลยไม่เคยคิดถึงเรื่องการพาเฟร็ดกลับมา ที่กลับมาก็มีแต่รุ่นที่แล้วทั้งนั้นซึ่งทุกคนล้วนเป็นแต่พ่อแม่และผู้ปก ครองของแฮร์รี่ 2. แฮร์รี่ได้ตายหรือเปล่า ? โรว์ลิ่งเขียนคำตอบนี้อย่างระมัดระวัง เพราะคำถามนี้อาจหมายความว่า 'แฮร์รี่เพียงแค่ไม่มีสติแล้วจิตใต้สำนึกของเขาได้ให้คำตอบทุกๆอย่างแก่เขา รึเปล่า?' เพราะดัมเบิลดอร์ไม่ได้บอกอะไรแฮร์รี่ที่ตัวเขาเองจะไม่สามารถตอบได้ถ้าเขา คิดดูดีๆ' ในความคิดของเจเคโรว์ลิ่ง แฮร์รี่ไม่ได้ตายหากแต่เขานั้นได้เข้าไปในช่องแบ่งระหว่างการมีชีวิตและความ ตาย เขาเพียงต้องเลือกว่าเขาจะเลือกไปทางไหน โดยเธอได้อธิบายในเว็บไซต์ของเธอว่า การที่แฮร์รี่ไปพบเจอกับดัมเบิลดอร์ที่คิงส์ครอสนั้นใช้กฏของเวทมนต์ที่น่า สับสนมาก ซึ่งโวลเดอร์มอร์ทเองก็ไม่สามารถเข้าใจได้ "การที่โวลเดอมอร์ใช้เลือดของแฮร์รี่ในการกลับมานั้น ทำให้เกราะปกป้องที่ลิลี่ทิ้งไว้แฮร์รี่นั้นยังคงมีอานุภาพอยู่ หากแต่ว่าอำนาจของการเสียสละชีวิตของลิลี่นั้นส่งผลให้แฮร์รี่สามารถมี สัมผัสกับชีวิตได้ในยามที่เขาโดนโวลเดอร์มอร์ทฆ่าและอำน าจนั้นก็ให้โอกาสสุดท้ายกับโวลเดอร์มอร์ คือโวลเดอมอร์นำสิ่งดีๆจำนวนนึงเข้าไปในร่างกายของเขาโดยไม่รู้ตัว ถ้าเขาคิดจะกลับเนื้อกลับตัวล่ะก็เขาจะสามารถคืนดีได้เกินคาดเดาเสียอีก แต่แน่นอน เขาปฏิเสธที่จะสำนึกผิด "และเพราะว่าโวลเดอมอร์นั้นใช้ไม้กายสิทธิ์เอลเดอร์ ซึ่งความจริงแล้วเป็นของแฮร์รี่ ดังนั้นทั้งคำสาปกรีดแทงและคำสาปพิฆาตก็ไม่ได้เป็นผลสำเร็จ "แต่คำสาป อวาดา เคดาฟรา นั้นมีอำนาจมากพอที่จำทำให้แฮร์รี่เจ็บตัวได้ และก็ฆ่าส่วนหนึ่งของเขาที่ไม่ใช่เขาได้สำเร็จ ส่วนที่ว่าก็คือชิ้นส่วนของวิญญาณของโวลเดอมอร์นั่นเอง คำสาปก็ยังทำร้ายแฮร์รี่มากพอที่จะสามารถทำให้เขาสามารถตายได้ถ้าหากเขา เลือกที่จะตาย" 3. คำถามที่ทำให้เธอประหลาดใจก็คือ 'ตัวประหลาดที่อยู่ในบทคิงส์ครอสคืออะไร' ? แรงดลใจของแฮร์รี่ก็คือการช่วยชีวิต แม้ว่าจะอยู่ในจุดที่ไร้สติสัมปะชัญญะก็ตามแต่ ธรรมชาติของเขาคือการช่วยเหลือคนอื่นแม้ว่ามันจะไม่ถูกต้องก็ตามที 'ฉันจะต้องช่วยเขา ฉันจะต้องพยายามที่จะปกป้องทุกคน' นี่เป็นเพราะว่าแฮร์รี่จมอยู่กับเรื่องที่แม่ของเขาเสียสละเพื่อช่วยชีวิต เขาไว้ เขาก็เลยพยายามที่จะช่วยชีวิตผู้คนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ว่าการเผชิญหน้ากับโวลเดอร์มอร์ทครั้งนี้นั้นต่างจากคราวก่อน "เป็นครั้งแรกที่การพบเจอสัตว์ปะหลาดตัวนี้ที่ดูอ่อนแอ บอบบางและแปลกปะหลาด ทำให้แฮร์รี่รู้สึกขยะแขยงแม้ว่าเขาก็อยากช่วย แต่ก็ถูกต้องที่สุดแล้วที่เขารู้สึกอย่างนั้น เพราะนี่คือชิ้นส่วนวิญญานของโวลเดอมอร์ ฉันจำเป็นต้องอธิบายเพราะว่าหลายคนมากที่ถามฉัน" 4 .คำถามที่เธอกลัวก็โดนถามคือ 'ไม้กายสิทธิ์ของดัมเบิลดอร์ทำจากอะไร' ? "นั่นคงเป็นคำถามที่อธิบายอะไรได้เยอะเลย เพราะว่าฉันคิดเรื่องไม้เอลเดอร์ไว้นานแล้ว ในตำนานเอลเดอร์คือต้นไม้แห่งความตาย ฉันก็เลยคิดว่า 'ฉันจะตอบยังไงดี' มันจะใบ้อะไรได้เยอะเลย แต่อย่างว่า ไม่เคยมีใครถาม สรุปคือ เจเคยังไม่อยากตอบคำถามนี้นัก 5. ดัมเบิลดอร์เห็นอะไรในกระจกแห่งเอริเซด ? ครอบครัวของเขาที่มีชีวิตและอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา 6. พ่อมดแม่มดไปไหนกันก่อนที่พวกเขาจะเข้าโรงเรียน ? ส่วนมากถูกสอนอยู่ที่บ้าน เพราะว่าพวกเขาไม่สามารถควบคุมอำนาจของตัวเองได้ดังนั้นมันจะอันตรายมากหาก ปล่อยพวกเขาออกไปเตร่ข้างนอก 7. แฮร์รี่กับโวลเดอร์มอร์เป็นญาติกันหรือเปล่า ? ใช่ค่ะ แต่ก็ญาติห่างๆ ติดต่อกันทางตระกูล Peverell แต่ส่วนมากแล้วครอบครัวพ่อมดก็เป็นญาติกันทั้งนั้นถ้าคุณย้อนกลับไปหลายๆรุ่น 8. เดรโก มัลฟอย แต่งงานกับใครกัน ? Astoria Greengrass น้องสาวคนสุดท้องในครอบครัวกรีนกราส เราพบแดฟนี่ กรีนกราส ที่เป็นเพื่อนอยู่ในกลุ่มแพนซี่ พาร์กินสัน ในเล่มห้าตอนที่เฮอร์ไมโอนี่ไปสอบ ว.พ.ร.ส. ส่วนเนวิลล์นั้นแต่งงานกับ แฮนนาห์ อับบอต ซึ่งกลายเป็นเจ้าของร้านหม้อใหญ่รั่ว "ฉันคิดเรื่องพวกนี้ไว้ในหัวหมดแล้ว ฉันช่วยไม่ได้จริงๆ" 9. ตัวละครหลักๆ ทำงานที่ไหนเมื่อโตกันแล้ว ? แฮร์รี่ กับ รอน ไปทำงานเป็นมือปราบมารที่กระทรวง ทั้งคู่ทำได้ดีทีเดียว รอนยังปลีกเวลาไปช่วยงานจอร์จที่ร้านเกมกลวิเศษด้วย ภายหลังแฮร์รี่ได้เลื่อนเป็นหัวหน้าสำนักงานมือปราบมาร เฮอร์ไมโอนี่กลับไปเรียนปี 7 ใหม่ร่วมกับจินนี่และลูน่า หลังเรียนจบเธอไปทำงานที่กระทรวงในสำนักงานออกระเบียบและควบคุมสัตว์วิเศษ เธอรณรงค์จนสามารถออกกฏหมายเพื่อปรับปรุงความเป็นอยู่ของเอลฟ์ประจำบ้านให้ดีขึ้นได้ หลังจากนั้นเธอย้ายไปทำงานในสำนักงานบังคับใช้กฏหมายเวทมนต์ด้วยตำแหน่งที่สูงขึ้น ส่วนจินนี่ไปเป็นนักกีฬาควิชดิชอาชีพให้กับทีมควิชดิชหญิงล้วนโฮลี่เฮดฮาปี้และสามารถติดทีมชาติอังกฤษด้วย หลังจากเป็นนักควิชดิชอาชีพอยู่หลายปี ก็แขวนไม้กวาดแล้วไปทำงานเป็นนักข่าวอาวุโสสายควิชดิชให้กับเดลี่พรอเฟ็ต ลูน่า ทำงานเป็นนักธรรมชาติวิทยา เธอออกเดินทางไปทั่วโลกเพื่อค้นหาสัตว์และพืชแปลกๆหายาก เธอสามารถค้นพบและจัดลำดับสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ๆหลายชนิด กลายเป็นนักธรรมชาติวิทยามีชื่อเสียง (แต่ไม่เคยพบสนอร์แค็ก) ภายหลังแต่งงานกับเพื่อนนักธรรมชาติวิทยา ราล์ฟ หลานชายของ นิวท์ สคาแมนเดอร์ (ผู้แต่ง สัตว์มหัศจรย์และถิ่นที่อยู่) ไม่ทราบว่าหลังเรียนจบ เนวิลล์ ทำงานอะไรหลังจบ รู้อีกทีก็ไปเป็นอาจารย์สอนวิชาสมุนไพรศาสตร์ที่ฮอกวอตส์ ก่อนนั้นเขาพักที่ร้านหม้อใหญ่รั่ว และได้แต่งงานกับ แฮนน่า แอบบอทท์ เพื่อนร่วมชั้นปีจากบ้านฮัฟเฟิลพัฟ ซึ่งได้เป็นเจ้าของร้านหม้อใหญ่รั่วคนใหม่ ไม่ทราบว่า เดรโก ทำงานอะไร เขาแต่งงานกับ แอสโตเรีย กรีนกราส น้องสาวของ แดฟนี่ (เพื่อนร่วมชั้นกลุ่มเดียวกับแพนซี่ พาร์กินสัน แดฟนี่มีชื่อปรากฏในหนังสือครั้งเดียวตอนสอบ ส.พ.ร.ส. ในเล่ม 5) ยังไม่มีข้อมูลของ โช แชง มากนัก ทราบเพียงว่าเธอแต่งงานกับมักเกิ้ลคนหนึ่ง 10. เท็ดดี้ ลูปิน เป็นมนุษย์หมาป่าหรือปล่า ? ไม่ค่ะ เขาเป็น เมตามอร์ฟเมกัส เหมือนแม่ (ซึ่งที่จริงแล้วเคยอยู่ในบ้านฮัฟเฟิลพัฟ) 11. 3 สหายมีเพียง เฮอร์ไมโอนี่ คนเดียวที่กลับไปเรียนซ้ำชั้นปี 7 ที่ฮอกวอตส์ใหม่อีกครั้ง เพื่อจะเอา ส.พ.บ.ส. (ที่จริงเธอไม่ต้องเรียนก็ได้เหมือน แฮร์รี่ กับ รอน แต่คนอย่างเธอ คงทนไม่ได้ที่ตัวเองไม่ได้จบฮอกวอตส์ โดยที่ไม่ได้ผ่านปี 7 เหมือนคนอื่นเขา) ดังนั้นเธอจึงกลับไปเรียนชั้นเดียวกันกับ จินนี่ และ ลูน่า - อัมบริดจ์โดนจับในข้อหาก่ออาชญากรรมต่อพวกที่มีสายเลือดมักเกิ้ล ถูกตัดสินว่ามีความผิดและถูกคุมขังอยู่ในอัสคาบัน
    12. ลายมือ J.K.R. แผนผังตระกูลวีสลีย์ ตั้งแต่จบเล่ม 7 รวมถึง เดรโก และ ลูน่า เราจะพบ ชื่อของตัวละครที่เราไม่ได้พบในหนังสือ เช่น - ลูกของแฮร์รี่- เจมส์ มีชื่อกลาง ซิเรียส, ส่วน ลิลี่ มีชื่อกลาง ลูน่า (แฮร์รี่ซึ้งความเป็นเพื่อนของลูน่า) - เดรโก แต่งกับ แอสโตเรีย ลูกของเขา- สกอเปี้ยน (แปลว่าแมงป่อง พ้องกับชื่อพ่อซะกระไร) มีชื่อกลาง ไฮเปอร์เรียน - ลูน่า มีลูก 2 คน - บิล กับ เฟลอร์ มีลูก 3 คน - จอร์จ มีลูก 2 คน ชื่อ เฟร็ด (แน่นอนตั้งตามฝาแฝด), โรซาน - เพอร์ซี่ มีลูก 2 คน ชื่อ มอลลี่, ลูซี่ 13.อีกเรื่องสำคัญมาก ลืมไปได้ไงขออภัย คือว่า ตอนเจ๊เคให้สัมภาษณ์ มีแฟนนิยายคนหนึ่งถามว่า "ดัมเบิลดอร์เป็นเกย์หรือเปล่า?" เจ๊แกบอก "ใช่ค่ะ!" เฮ้ย อึ่งกันทั่วโลกครับ ประเด็นนี้มีบทความใน'เน็ตวิเคราะห์กันมาก่อน เป็นที่ระแคะระคายซุบซิบแล้ว เช่น ทำไมไม่เห็นกล่าวถึงความรักของเขาเลย ฯลฯ แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ซีเรียส (อาจเพราะบางคนมองมักกอลนากัลไว้ในใจ ผมเดานะ อิๆ) แต่ทว่ากระทั่งเจ๊แกมายอมรับหน้าตาเฉยเอง หลังจากนั้นก็ บู้ม (เกิดเป็นโกโก้ครั้น เย้ยม่ายช่าย อิๆ) เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันระงม พอหนักเข้า เจ๊แกก็ทำนองว่า แหมมันสิทธิของฉันนะย๊ะ (สำเนียงนี้ผมตอกไข่นิดๆ อิๆ) 14. ถ้านำเอาหนังสือ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ทุกเล่มที่ขายได้ มาวางเรียงต่อกัน จะสามาระวางรอบโลกได้ 1.6 รอบตามเส้นศูนย์สูตร 15. ถ้าเอาหนังสือ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ทุกเล่มที่ขายได้มาวางเรียงต่อกันแบบพื้นที่ จะคลอบคลุมพื้นที่สนามฟุตบอลได้ถึง 1,200 สนาม หรือ สามารถคลอบคุลมประเทศ โนนาโค ได้ 4.4 ครั้ง 16. จำนวนหนังสือ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ทุกเล่มที่ขายได้ มีจำนวนมากกว่าประชากรทั้งหมดของประเทศ สหรัฐอเมริกา หรือ มากกว่า 295 เล่มนั่นเอง 17. วันแรกที่ขายหนังสือ แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ เจ้าชายเลือดผสม ที่ประเทศอังกฤษ สามารถขายได้เร็วถึง 23 เล่มต่อวินาที 18. ถ้าเอาหนังสือ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ทุกเล่มที่วางขายได้ในวันแรก เฉพาะประเทศอังกฤษมาตั้งซ้อนกัน จะสูงกว่าเทือกเขา เอเวอเรสต์ 11 เท่า หรือ มากกว่า 97,289 เมตร หรือ 319187 ฟุต สูงจากระดับน้ำทะเล 19. ถ้านำหนังสือทุกเล่มของ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่วางขายได้ มาเรียนต่อกันเป็นเส้นตรง และ เดินตามเส้นนั้น คนเราจะต้องใช้เวลาเดินกว่า 1.5 ปี หรือ ถ้าใช้รถแข่ง ฟอร์มูล่า 1 ( วิ่งด้วยความเร็วสูงสุด ) จะใช้เวลากว่า 7 วันเลยทีเดียว 20. ตั้งแต่ตีพิมพ์หนังสือ แฮร์รี่ พอตเตอร์ เล่ม 1 ครั้งแรก หนังสือ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ขายได้ด้วยความเร็ว 90,000 เล่มต่อวัน จำนวนหนังสือที่ขายได้นี้ เท่ากับจำนวนของที่นั่งในสนามฟุตบอล เวมบลี ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และ ด้วยความเร็วนี้จะมีคนซื้อ แฮร์รี่ พอตเตอร์ เพิ่มไปแล้วอีก 15 เล่มในระยะเวลาที่คุณอ่านข้อเท็จจริงนี้ 21. หนังสือ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ทุกเล่มที่ขายได้มีน้ำหนักเท่ากับช้างแอฟริกัน 25,000 ตัว , มังกรโคโมโด 2 ล้านตัว หรือ นกฮูกหิมะ 70 ล้านตัว 22. จำนวนหนังสือ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ทุกเล่มที่ขายได้นี้ มีมากกว่าจำนวนหนังสือในห้องสมุดแห่งชาติ ของประเทศอังกฤษ ถึง 13 เท่า 23. ถ้าเอาคำทุกคำของหนังสือ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ทุกเล่มที่ขายได้ จัดสรรให้ทุกคนในโลกนี้ แต่ละคนจะมี 8,000 คำประจำตัว 24. คนหนึ่งคนต้องใช้เวลา 2,600 ปี ในการอ่านหนังสือ แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ เจ้าชายเลือดผสม ทุกเล่มที่ขายได้ในวันแรกที่วางตลาด เฉพาะในอังกฤษเท่านั้น ไม่รวมยอดขายทั่วโลก 25. การอ่านหนังสือ แฮร์รี่ พอตเตอร์ เล่มใหม่ หรือ Harry Potter and the Deathly Hallows สามารถเผาพลานพลังงานเทียบเท่ากับซ๊อกโกแลต 4 แท่ง 26. คำพูดของ เจสัน คอกครอฟท์ นักวาดภาพปกหนังสือ แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ภาคีนกฟีนิกส์ และ เจ้าชายเลือดผสม " ผมจำได้ว่าตอนที่มีคนมาขอให้ผมวาดภาพปกหนังสือ แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ภาคีนกฟีนิกส์ ตอนนั้น ผมกำลังยุ่งมากกับการวาดภาพหนังสือนิทานหลายเล่ม ผมปิดห้อง แล้วก็ทำงานโดยไม่รับโทรศัพท์อะไรทั้งนั้น ยูนิส แมคมัลแลน เอเยนต์ของผม ฝากข้อความด่วนในโทรศัพท์ของผมว่า มีคนจ้างผมวาดภาพปกหนังสือเล่มหนึ่ง และ ผมควรจะอยู่ทำสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่ตอนนี้ทั้งหมด เดี๋ยวนี้!! นั้นเพราะว่า + คุณต้องการงานนนี้แน่นอน + วงการหนังสือเยาวชนมีงานที่น่าสนใจมากมาย แต่เมื่อเอเยนต์ของคุณสั่งให้หยุดทำงานอื่นๆ เพื่อโทรหาเธอเดี๋ยวนี้ คุณคงจะพอรู้ว่าเธอกำลังพูดถึงอะไร ตอนแรกผมรู้สึกตื่นเต้น และ ประมาณสามสิบวินาที ผมก็เริ่มรู้สึกตัวใหม่ " " ถึงแม้ผมจะรู้ว่าสำนักพิมพ์หลายแห่ง และ ผู้เขียน JK.Rownlig ชอบปกของ แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ภาคีนกฟีนิกส์ และ แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ เจ้าชายเลือดผสม มากก็ตาม ผมก็ไม่มั่นใจว่าจะได้วาดภาพปกของเล่มสุดท้ายหรือไม่? ผมเคยคิดว่าทาง สำนักพิมพ์อาจต้องการให้ปกเล่มสุดท้ายมีพลังเป็นพิเศษ โดยไม่ใช่ภาพวาดอะไรเลย แต่ใช้เพียงรูปสัญลักษณ์ แต่ท้ายที่สุด ผมก็รู้สึกดีใจ และ ภูมิใจมากที่ได้รับเลือกให้วาดภาพปกของหนังสือ แฮร์รี่ พอตเตอร์ เล่มสุดท้าย!" " ผมพูดได้เลยว่าการวาดภาพปกของหนังสือ แฮร์รี่ พอตเตอร์ เป็นงานที่สนุกที่สุดตั้งแต่ผมเป็นนักวาดภาพประกอบมาเลย โอกาศดีๆที่ได้เป็นส่วนหนึ่ง ( ถึงจะเป็นส่วนเล็กๆก็ตาม ) ของโปรเจคที่มีคนชื่นชอบมากขนาดนี้ และ มีความสำคัญทางวัฒนธรรมอย่าง แฮร์รี่ พอตเตอร์ มันไม่ได้มาง่ายๆ และ ผมรู้สึกซาบซึ้งใจกับโอกาศนี้มากครับ !"

มังกรพันธุ์ต่างๆ

มังกรพันธุ์ต่างๆ



      มังกรอาจจะเป็นสัตว์ที่มีชื่อเสียงที่สุดก็ว่าได้ และก็เป็นสัตว์จำพวกที่ปกปิด จากสาตามักเกิ้ลยากที่สุดด้วย มังกรตัวเมียส่วนมากจะมีขนาด ใหญ่กว่าและ ดุร้ายกว่าตัวผู้ แต่ไม่ว่าจะเป็นมังกรเพศไหนก็ไม่ควรเข้าใกล้ ยกเว้นพ่อมด ที่เก่งกาจและได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีเท่านั้น หนัง เลือด หัวใจ ตับ และเขามังกร ส้วนมีคุณสมบัติทางเวทย์มนต์สูง แต่ไข่มังกรก็จัดอยู่ในสินค้าห้ามซื้อขาย มังกรมี อยู่สิบสายพันธุ์ที่หายากแต่บางครั้งก็มีการผสมข้ามพันธุ์ที่หายากขึ้นมาได้ มังกรสายพันธุ์แท้มีดังต่อไปนี้


1. จีนลูกไฟ (chinese fireball)
เป็นมังกรเอเชียเพียงพันธุ์เดียว และมีรูปร่างที่แปลกแตกต่างจากพันธุ์อื่น ๆ เกล็ดเรียบสีม่วง รอบใบหน้าที่สั้นและย่นมีระบายรรีบสีทองล้อมประดับไว้ดวงตาโปนโต เปลวไฟรูปร่างคล้ายดอกเห็ดที่มันพ่นออกมาในยามโกรธเป็นที่มาของชื่อพันธุ์ ลูกไฟ น้ำหนักอยู่ระหว่าง2-4ตัน ตัวเมียจะใหญ่กว่าตัวผู้ ไข่เป็นสีทับทิมสดมีจุดสีทองเปลือกไข่มีค่าเพระนำไปใช้ประกอบเวทย์มนต์แบบ จีนได้พันธุ์ลูกไฟมีนิสัยดุร้าย แต่มีความอดทนต่อมังกรสายพันธุ์เดียวกันสูงมากกว่ามังกรส่วนใหญ่ บางครั้งถึงกับยอมใช้อาณาเขตร่วมกันตัวอื่นถึง2ตัวพันธุ์จีนลูกไฟกินสัตว์ เลี้ยงลูก ด้วยนมเป็นหลัก แม้ว่าจะชอบกินหมูหรือมนุษย์มากกว่าก็ตาม



2. นอร์เวย์หลังเป็นสัน (Norwegian Ridgeback)
นอร์เวย์หลังเป็นสันมีความคล้ายคลึงกันมังกรพันธุ์ฮังการีหางหนามในหลาย ๆ ด้าน แต่แทนที่จะมีหนามแหลมที่หาง มันจะมีสันสีดำสนิทยื่นออกมาจากหลังแทน พันธุ์หลังเป็นสันจะดุร้ายกับพันธุ์เดียวกันมากเป็นพิเศษทุกวันนี้มันจัด เป็นหนึ่ง ในสายพันธุ์มังกรที่หายากขึ้นทุกที มันเคยโจมตีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยอยู่บนดินมาแล้ว แทบทุกชนิดและที่ต่างจากมังกรทั่วไปคือ มันกินสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในน้ำด้วย รายงานที่ปราศจากหลักฐานระบุว่า มังกรพันธุ์นี้เคยโฉบเอาลูกปลาวาฬไปจากชายหาดแห่งหนึ่งในนอร์เวย์เมื่อปี ค.ศ.1802 ไข่ของพันธุ์หลังเป็นสันแฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ นักโทษแห่งอัสคาบันมีสีดำ และตัวอ่อนจะพัฒนาความสามารถในการพ่นไฟได้เร็วกว่าพันธุ์อื่น (ระหว่างหนึ่งถึงสามเดือนเท่านั้น)


3. เพรูเวียน ไวเปอร์ทูท (Peruvian Vipertooth)
หรือเปรูเขี้ยวพิษ เป็นมังกรพันธุ์เล็กที่สุด และบินได้เร็วที่สุด ความยาวอยู่ราว ๆ สิบห้าฟุต เกล็ดเรียบสีทองแดง และมีสันสีดำ เขาสั้น เขี้ยวมีพิษร้ายแรง พันธุ์เขี้ยวพิษโปรดปรานแพะและวัวแต่ก็ชื่นชอบรสเนื้อมนุษย์ด้วย จนสมาพันธ์พ่อมดนานาชาติจำเป็นต้องส่งผู้ควบคุมไปลดประมาณของ พันธุ์เขี้ยวพิษเมื่อปลายศตวรรษที่ 19 ก่อนหน้านั้นปริมาณของมักรนี้ ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ


4. ยูเครเนียน ไอรอนเบลลี (Ukrainian Ironbelly)
รือยูเครนกระเพาะเหล็ก เป็นมังกรพันธุ์ใหญ่ที่สุด น้ำหนักมากที่สุดถึง 6ตัน ตัวกลมป้อม บินได้ช้ากว่าพันธุ์เขี้ยวพิษและพันธุ์โรมาเนียเขายาว อย่างไรก็ตาม พันธุ์กระเพาะเหล็กมีอันตรายมากมันทำลายให้บ้านเรือนเรียบเป็นหน้ากลองได้ เกล็ดสีเทาเป็นมัน ตาสีแดงเข้ม กรงเล็บยาวและแหลมคมมาก มังกรพันธุ์กระเพาะเหล็กถูกเจ้าหน้าที่พ่อมดยูเครนจับตาดูอย่างใกล้ชิด นับตั้งแต่มีตัวหนึ่งโฉบไปหิ้วเรือใบ (โชคดีที่ว่างเปล่า) ที่ทะเลดำในปี ค.ศ.1799



5. โรมาเนียน ลองฮอร์น (Romanian Longhorn)
หรือโรมาเนียเขายาว มีเกล็ดสีเขียวดำเขาสีทองเป็นประกาย ซึ่งมันจะใช้เสียบเหยื่อย่างไฟของเขามันเมื่อเอาไปป่นเป็นผงแล้วมีค่ามาก ใช้เป็นเครื่องปรุงยาได้ ปัจจุบันนี้ดินแดนแหล่งกำเนิดของพันธุ์โรมาเนียเขายาว ได้กลายเป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์มังกรที่สำคัญที่สุดในโลก ซึ่งพ่อมดทุกสัญขาติ ได้ศึกษามังกรพันธุ์ต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด พันธุ์เขายาวถูกจัดอยู่ในโครงการ เพาะพันธุ์เร่งด่วนด้วย เนื่องจากจำนวนของมันลดต่ำลงในช่วงสองสามปีที่ ผ่านมาส่วนใหญ่เป็นเพราะการซื้อขายเขาของมัน ซึ่งปัจจุบันจัดเป็นสินค้าซื้อขายได้


6. เวลส์สีเขียวธรรมดา (Common Welsh Green)
พันธุ์เวลส์สีเขียวนั้นสีกลมกลืนกับหญ้าเขียวสดที่บ้านเกิดของพวกมันเป็น อย่างดี มักจะทำรังอยู่บนภูเขาสูง ซึ่งกำหนดไว้เป้นเขตอนุรักษ์เพื่อให้มันอยู่อาศัยถ้าไม่นับเหตุการณ์ที่ อิลฟราคอมบ์ สายพันธุ์นี้ก็จัดอยู่ในประเภทที่สร้างปัญหาน้อยที่สุด มันชอบกินแกะเป็นอาหาร และจะหลีกเลี่ยงจากมนุษย์ ยกเว้นเมื่อถูกรบกวน พันธุ์เวลส์สีเขียวมีเสียงคำรามที่สูง ๆ ต่ำ ๆ เหมือนดนตรีอย่างน่าประหลาด และเป็นเสียงที่จดจำได้ง่าย มันจะพ่นไฟเป็นลำบาง ๆ ไข่เป็นสีน้ำตาลหม่น ๆ มีจุดสีเขียว


7. สวีเดนจมูกสั้น (Swedish Short-Snout)
เป็นมังกรสีฟ้าเหลือบเงินแสนสวย คนมักเอาหนังของมันมาทำถุงมือและโล่ เปลวไฟที่พ่นออกมาเป็นสีฟ้าใส ซึ่งเผาผลาญไม้และ กระดูกเป็นเถ้าถ่าน ได้ภายในไม่กี่วินาที พันธุ์จมูกสั้นฆ่ามนุษย์น้อยกว่ามังกรส่วนใหญ่ มันมักอาศัยอยู่ตามป่าและบริเวณภูเขาที่ไม่ทีคนอาศัยอยู่ จึงไม่มีวีรกรรมมากนัก




8. แอนตี้โพเดี้ยน โอเพิลอาย (Antipodean Opaleye)
หรือแอนติโพเดี้ยนตาสีรุ้ง มีถิ่นกำเนิดในนิวซีแลนด์ แต่ต่อมาก็อพยพไปอยู่ออสเตรเลียเนื่องจากที่อยู่ในบ้านเกิดเริ่มจำกัด อาศัยอยู่ในหุบเขามากกว่าตามภูเขา ซึ่งแตกต่างจากมังกรทั่ว มังกรพันธุ์นี้มีขนาดกลาง(น้ำหนักระหว่าง 2-3 ตัน)
ตาสีรุ้งอาจจะเป็นมังกรพันธุ์ที่สวยงามที่สุดก็เป็นได้ มีเกล็ดมันวาวสีเหลืองรุ้ง และมีดวงตาหลากสีประกายปราศจากม่านตา ซึ่งเป็นที่มาของชื่อพันธุ์ มังกรพันธุ์นี้จะพ่นไฟสีม่วงเจิดจ้า ตามมาตรฐานมังกรถือว่าไม่ดุร้ายนัก ส่วนมากถ้าไม่หิวก็จะไม่ฆ่า อาหารโปรดคือแกะ แต่ก็เคยล่าเหยื่อที่ใหญ่กว่านั้น การฆ่าจิงโจ้ครั้งใหญ่ตอนปลายทศตวรรษที่ 1970 เป็นฝีมือของพันธุ์สีรุ้งตัวผู้ที่ถูกตัวเมียซึ่งมีอิทธิพลมากกว่าไล่ออกจาก บ้าน ไข่ขสองมันสีเทาซีดและมักเกิ้ลที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวมักเข้าใจผิดว่าเป็น ฟอสซิล



9.ฮังการีหางหนาม (Hungarian Horntail)
คาดว่าดุร้ายที่สุดในบรรดามังกรทุกสายพันธุ์ พันธุ์ฮังการีหางหนาม มีเกล็ดสีดำ และรูปร่างคล้ายกิ้งก่า ตาสีเหลือง เขาสีบรอนซ์ และตลอดหางอันยาว เหยียดของมัน ก็มีหนามแหลมสีบรอนซ์เช่นเดียวกัน พันธุ์หางหนามพ่นไฟได้ไกลที่สุด (ไกลสุดถึง 15 ฟุต) ไข่สีเทาเหมือนสีเมนต์และเปลือกแข็งมากตัวอ่อนจะเจาะเปลือกไข่ ออกมาโดยใช้หาง ซึ่งมีหนามแหลมติดตัวมาตั้งแต่เกิด พันธุ์ฮังการีหางหนามกินแพะ แกะ และถ้าเป็นไปได้ก็จะกินมนุษย์เป็นอาหาร



10.เฮบริเดี้ยนสีดำ (Hebridean Black)
มังกรท้องถิ่นของอังกฤษอีกสายพันธุ์หนึ่งซึ่งดุร้ายกว่าพันธุ์ เวลส์สีเขียวเพื่อนร่วมถิ่นมาก พันธุ์เฮบริเดี้ยนสีดำใช้พื้นที่อยู่อาศัยถึง 100 ตารางไมล์ต่อ1 ตัว มันยาวได้ถึก 30 ฟุต เกล็ดไม่เรียบตาสีม่วงสุกใส และ มีสันเตี้ย ๆ แต่คมกริบเรียงเป็นแถวตลอดแนวหลัง ปลายหางมีหนามใหญ่ลักษณะเหมือนลูกศรและมีปีกเหมือนค้างคาวเฮบริเดี้ยน สีดำกินกวางเป็นอาหารหลัก แต่ก็เคยบินโฉบเอาสุนัขตัวใหญ่หรือแม้แต่แม่วัวไปกิน ตระกูลพ่อมดแมกฟัสดี้ที่มีถิ่นพำนักอู่ในเฮบริดีซมานับศตวรรษรับหน้าที่ดูแล ควบคุมมังกรประจำถิ่นพันธุ์นี้เรื่อยมาจนเป็นประเพณี


กีฬาควิดดิช

กีฬาควิดดิช

 กีฬาควิดดิช เป็นเกมกีฬาที่ได้รับความนิยมมากในโลกเวทมนตร์ มีการกล่าวถึงครั้งแรกในหนังสือ แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ศิลาอาถรรพ์ โดยถือว่าเป็นกีฬาเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างบ้านพักนักเรียนแต่ละหลัง ซึ่งบ้านที่มักได้รับแชมป์ในการแข่งขัน คือ กริฟฟินดอร์

 ควิดดิช จะประกอบไปด้วยผู้เล่นแต่ละทีม
จำนวน 7 คน 4 ตำแหน่ง ได้แก่
3 เชสเซอร์ , 1 บีตเตอร์ , 1 คีปเปอร์ และ 1 ซีกเกอร์



มีอุปกรณ์ที่ใช้ในการเล่น คือ ลูกบอลจำนวน 4 ลูก ได้แก่
ควัฟเฟิล (ลูกสีแดง) จะใช้ในการทำแต้ม บลัดเจอร์ (ลูกสีดำ) จะใช้เพิ่มอุปสรรคให้กับผู้เล่น โดยจะสามารถชนกระแทกผู้เล่นให้ตกจากไม้กวาดได้ และ โกลเด้นสนิช (ลูกสีทองมีปีก) จะใช้ในการทำคะแนนสูงสุดถึง 150 แต้ม และ เมื่อจับได้จะถือว่าสิ้นสุดเกม โดยที่ฮอกวอตส์จะมีการแข่งขันควิดดิชระหว่างบ้านเป็นประจำทุกๆปี



นอกจากนี้กีฬาควิดดิชยังได้รับความนิชมแพร่หลายทั่วโลก ถือว่าเป็นกีฬาสุดฮิตของประชานชนผู้วิเศษ โดยมีการจัดการแข่งขัน Quidditch World Cup โดยแต่ละครั้งจะมีนักกีฬาจากหลากหลายประเทศเข้าร่วมแข่งขัน ( ปรากฎในหนังสือเล่ม 4 ) และ นักกีฬาที่ได้รับความนิยมสูงสุดในขณะนี้คือ วิกเตอร์ ครัม นักกีฬาทีมชาติบัลแกเรีย


กติกาการเล่น และ การทำคะแนน
ในกีฬาควิดดิชนั้น การทำคะแนนถือเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยผู้เล่นในตำแหน่ง เชสเซอร์ จะมีหน้าที่เลี้ยงลูกบอล ควัฟเฟิล ที่มีค่า 10 คะแนน เมื่อสามารถโยนเข้าห่วงใดห่วงหนึ่งของฝ่ายตรงข้ามได้สำเร็จ ซึ่งห่วงดังนั้นจะอยู่บนเสาสามเสาด้วยกัน ดังนั้นแต่ละฝ่ายจะมีห่วงถึง 3 ห่วงที่สามารถทำคะแนนได้ ทั้งนี้การปกป้องการทำประตู หรือ หน้าที่ผู้รักษาประตู จะเป็นหน้าที่ของ คีปเปอร์


ระหว่างการเล่นเกมนั้น

อุปสรรค ที่สามารถทำให้ผู้เล่นเกิดการบาดเจ็บได้มากที่สุดคือ ลูกบอลบลัดเจอร์ มีหน้าที่ชนกระแทกผู้เล่นให้ตกจากไม้กวาด ส่งผลให้ผู้เล่นในสนามลดลงได้หากเกิดการบาดเจ็บร้ายแรง ดังนั้นแต่ละทีจะมีตำแหน่ง บีตเตอร์ 2 คนเพื่อช่วยป้องกันสมาชิกในทีมจากลูกบอลบลัดเจอร์ ซึ่งบีตเตอร์แต่ละคนจะมีไม้จับถนัดมือสำหรับหวดบลัดเจอร์ ทั้งนี้ยังสามารถใช้ประโยชน์ในการทำร้ายฝั่งตรงข้ามได้โดยการหวดลูกบลัด เจอร์ ไปที่สมาชิกผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ซึ่งถือว่าไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด


Quidditch Set Accessories by Tonner


สำหรับการทำคะแนนสูงสุดในเกมการแข่งขันสามารถทำได้ โดยการจับ ลูกโกลเด้นสนิช ที่มีคะแนนถึง 150 แต้ม โดยหน้าที่นี้จะเป็นหน้าที่ของตำแหน่ง ซีกเกอร์ ซึ่ง แฮร์รี่ พอตเตอร์ ก็ได้รับตำแหน่งนี้ในทีม กริฟฟินดอร์ การแข่งขันจะสิ้นสุดเมื่อ ซีกเกอร์ จับลูกโกลเด้นสนิชได้เท่านั้น ทั้งนี้การจับลูกโกลเด้นสนิชไม่ได้การันตีว่าทีมที่จับได้จะชนะเสมอไป

ระเบียบข้อบังคับ
ระเบียบข้อบังคับเหล่านี้ ถูกกำหนดไว้โดยกองควบคุมดูแลเกม และ กีฬาเวทมนตร์ Snitch เมื่อการก่อตั้งกองขึ้นใน ค.ศ.1750 เพื่อนใช้เป็นเงื่อนไข และ กติกาในการแข่งขันกีฬาดวิดดิชสากล

สนามการแข่งขันเป็นรูปไข่ ยาวประมาณ 500 ฟุต กว้างประมาณ 180 ฟุต ตรงกลางมีวงกลมเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2 ฟุต มีเขตทำคะแนนสำหรับ เชสเซอร์ ในเขตทำคะแนนมี ห่วงข้างละ 3 ห่วง แต่ละห่วงจะมีความสูงต่ำไม่เท่ากัน

ระดับการบินแม้จะไม่มีการกำหนดว่าระดับความสูงใดๆถือว่าผิดกติกา แต่การบินนั้นต้องอยู่ในพื้นที่เขตสนาม หากฝ่ายใดออกนอกเขตสนามถือว่าผิดกติกา ต้องให้ลูกควัฟเฟิลกับฝ่ายตรงกันข้ามทันที

การขอเวลานอกสามารถกระทำได้โดยหัวหน้าทีม หรือ กัปตัน ส่งสัญญาณขอเวลานอกให้กรรมการได้รับทราบ การขอเวลานอกอาจะยืดได้มากถึง 2 ชั่วโมง

ห้ามเท้าของผู้แข่งขันทุกท่านแตะพื้นสนาม เว้นแต่ช่วงขอเวลานอกเท่านั้น ทั้งนี้ผู้แข่งขันสามารถไช้ไม้กวาดยี่ห้อใด , รุ่นใด , แบบใดก็ได้เข้าร่วมการแข่งขัน

ผู้แข่งขันสามารถแย่งลูกควัฟเฟิล จากมือของผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามได้เลย แต่ห้ามแตะต้องส่วนอื่นๆของร่ายกายที่อาจก่อให้เกิดการบาดเจ็บได้

ในกรณีผู้เข้าแข่งขันบาดเจ็บจนไม่สามารถเล่นต่อได้ การแข่งขันจะดำเนินต่อไปโดยไม่มีการเปลี่นยนตัวเป็นผู้เล่นสำรอง

ผู้วิเศษทุกท่านสามารถนำไม้กายสิทธิ์ติดตัวเข้าไปในสนามกีฬาได้ แต่กระนั้นในช่วงที่อยู่ในสนาม ห้ามผู้วิเศษใช้ไม้กายสิทธิ์กับนักกีฬา , ไม้กวาดที่ใช้ในการแข่งขัน , กรรมการ , ลูกบอล และ คนดู

เกมการแข่งขันควิดดิช จะยุติได้ก็ต่อเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถจับลูกโกลเด้นสนิชได้ หรือ อาจเป็นไปด้วยความยินยอมพร้อมใจของกัปตันทีมทั้ง 2 ฝ่าย

Quidditch : The Golden Snitch


ลักษณะการกระทำผิด
Blagging - การคว้าปลายไม้กวาดของฝ่ายตรงข้าม เพื่อให้บินได้ช้า หรือขัดขวางการเล่น
Blatching - ผู้แข่งขันตั้งใจบินไปชนอีกฝ่ายหนึ่งโดยตรง Blurting - ผู้แข่งขันใช้ไม้กวาดงัดไม้กวาดฝ่ายตรงข้าม ดันให้กระเด็นออกไปนอกทาง
Blumphing - บีตเตอร์หวดบลัดเจอร์ไปทางคนดู ทำให้ต้องหยุดการแข่งขันชั่วขณะ
Cobbing - ผู้แข่งขันใช้ข้อศอกอย่างรุนแรง กับ ฝ่ายตรงข้าม
Flacking - คีปเปอร์ยื่นส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายผ่านห่วงประตูเข้าไปเพื่อสกัดลูกควัฟเฟิล
Havesacking - เชสเซอร์จับลูกควัฟเฟิลเข้าประตูโดยตรง (การทำประตูต้องโยนเท่านั้น )
Quafflepocking - เชสเซอร์ ทำการดัดแปลงลูกควัฟเฟิล เพื่อส่งผลที่ปิดเพี้ยนไปจากเดิม
Snitchnip - ผู้แข่งขันคนอื่นนอกจากซีกเกอร์ ห้ามแตะต้องลูกสนิช
Stooging - เชสเซอร์มากกว่า 1 คน เข้าไปในเขตทำคะแนนไม่ได้


กีฬาควิดดิชในปัจจุบัน
กีฬาควิดดิชยังคงทำให้แฟนๆตื่นเต้นเร้าใจและคลั่งไคล้ไปทั่วโลกปัจจุบัน รับประกันได้ว่าคนที่ซื้อตั๋วดูการแข่งขันควิดดิชทุกคนจะได้เห็นการแข่งขัน ที่มีชั้นเชิงสูง ระหว่างผู้เล่นที่บินอย่างเชี่ยวชาญยิ่ง (แน่นอน ยกเว้นแต่ว่าจะจับลูกสนิชได้ในห้านาทีแรกของการแข่งขัน ถ้าเป็นเช่นนี้พวกเราทุกคนคงรู้สึกว่าถูกโกงหน่อยๆ เหมือนได้รับเงินทอนไม่ครบทำนองนั้น)


ไม่มีอะไรจะพิสูจน์ความดีเด่นของเกมควิดดิชได้ดีไป กว่าท่าเล่นยากๆ ที่บรรดาผู้เล่นพ่อมดแม่มดทั้งหลายสร้างสรรค์ขึ้นมาตลอดในประวัติศาสตร์อัน ยาวนานของกีฬานี้ พ่อมดแม่มดเหล่านี้กระตือรือร้นที่จะสร้างท่าเล่นยากๆ


เพื่อผลักดันผู้เล่นและกีฬานี้ให้ดีขึ้นเท่าที่พวกเขาจะสามารถทำได้ ต่อไปนี้คือ ท่าเล่นพิสดารบางทาที่ยกมาเป็นตัวอย่าง

บลัดเจอร์ แบ็กบีต (Bludger Backbeat)
เป็นท่าที่บีตเตอร์ตีลูกบลัดเจอร์ด้วยไม้ตีในท่าแบ็กแฮนด์ ส่งลูดบลัดเจอร์ลอยไปข้างหลังเขาหรือเธอ แทนที่จะไปข้างหน้า ท่านี้ตีให้เที่ยวตรงแม่นยำได้ยาก แต่ดีเลิศในแง่ทำให้คู่ต่อสู้งุนงง

ด๊อปเปิ้ลบีตเตอร์ ดีเฟนซ์ (Dopplebeater Defence)
บีตเตอร์ทั้งสองคนใช้แรงมากเป็นพิเศษตีลูกบลัดเจอร์พร้อมกัน ผลคือในการรุกครั้งต่อไป ลูกบลัดเจอร์จะโจมตีอย่างดุเดือดรุนแรงมากขึ้นไปอีก

ดับเบิ้ล เอต ลูป (Double Eight Loop)
เป็นท่าป้องกันของคีปเปอร์ ปกติมักใช้ป้องกันการโยนลูกโทษ คีปเปอร์จะบินเลี้ยวโค้งเป็นรูปเลขแปดไปรอบๆห่วงประตูทั้งสาม ห่วงด้วยความเร็วสูงเพื่อคอยกันลูกควิฟเฟิล

ฮอกส์เฮด อะแทกกิ้ง ฟอร์เมชั่น (Hawkshead Attacking Formation)
เชสเซอร์มารวมตัวกันทำเป็นรูปหัวลูกศร บินไปพร้อมๆกันมุ่งไปที่เสาประตู ท่านี้ข่มขวัญทีมคู่ต่อสู้ได้มาก และมีประสิทธิภาพในการบังคับให้ผู้เล่นอื่นต้องบินหลบไปข้างๆ

พาร์กินส์ พินเชอร์ (Parkin's Pincer)
ตั้งชื่อตามผู้เล่นในทีมวิกทาวน์ วันเดอเรอส์ที่ได้ชื่อว่าเป็นคนประดิษฐ์ท่านี้ขึ้นมา เชสเซอร์สองคนช่วยกันบินเข้าไปบีบเชสเซอร์ฝ่ายตรงข้ามจากด้านซ้ายและขวา ชณะที่เชสเซอร์คนที่สามบินพุ่งตรงเข้าไปหาเชสเซอร์ฝ่ายตรงข้ามนั้น

พลัมป์ตัน พาส (Plumpton Pass)
เป็นท่าเลี้ยวโค้งหมุนตัวที่ดูเหมือนไม่ได้ตั้งใจทำของซีกเกอร์ แต่สามารถคว้าจับลูกสนิชที่ลอยอยู่ที่แขนเสื้อไว้ได้ นับเป็นทีเด็ดอย่างหนึ่ง ตั้งชื่อตามรอดดริก พลัมป์ตัน ซีกเกอร์ของทีมทัดชิล ทอร์เนโดส์ ที่ใช้ท่านี้ในการจับลูกสนิชที่โด่งดังเป็นประวัติการณ์ในค.ศ.1921 แม้ว่านักวิจารณ์หลายคนจะกล่าวหาว่าที่เขาทำได้นั้นเป็นเรื่องบังเอิญ แต่พลัมป์ตันยืนกรานจวบจนเขาถึงแก่กรรมว่าเขาตั้งใจทำท่านั้นจับลูกสนิ ชจริงๆ

พอร์สคอฟ พลอย (Porskoff Ploy)
เชสเซอร์ถือลูกควิฟเฟิลบินทะยานขึ้นไปในอากาศ ล่อให้เชสเซอร์ฝ่ายตรงข้ามเชื่อว่าเขาหรือเธอกำลังพยายามบินหนีไปทำคะแนน แต่แล้วก็โยนควัฟเฟิลลงมาข้างล่างให้เชสเซอร์ทีมเดียวกันที่คอยรับอยู่ เชสเซอร์ทั้งสองต้องกะจังหวะเวลาให้ตรงกันพอดี นี่เป็นหัวใจของท่านี้ ตั้งชื่อของเพ็ตโทรว่า พอร์สคอฟ เชสเซอร์ชาวรัสเซีย

รีเวิร์ส พาส (Reverse Pass)
เชสเซอร์โยนลูกควิฟเฟิลข้ามไหล่ของตนไปให้ผู้เล่นทีมเดียวกันอีกคน การโยนให้ได้แม่นยำนั้นทำได้ยากมาก

สล็อท กริป โรลล์ (Sloth Grip Roll)
ห้อยกลับหัวจากไม้กวาด ยึดไม้กวาดไว้แน่นด้วยมือและเท้าสองข้างเพื่อหลบหลีกลูกบลัดเจอร์

สตาร์ฟิชแอนด์สติ๊ก (Starfish and Stick)
เป็นท่าป้องกันของคีปเปอร์ โดยคีปเปอร์ถือไม้กวาดในแนวนอน ใช้มือและเท้าข้างหนึ่งเกี่ยวจับด้ามไม้กวาดแน่น ในขณะที่กางแขนและขาอีกข้างออกไปตรงๆ (ดูรูป ช.) ท่าปลาดาวแต่ไม่มีไม้นั้นไม่ควรลองทำอย่างยิ่ง

ทรานซิลเวเนียน แท็กเคิล (Transylvianian Tackle)
เป็นท่าต่อยหลอกๆเล็งไปที่จมูก ไม่ถือว่าผิดกติกาจนกว่าจะสัมผัสกันจริงๆ แต่ก็หยุดได้ยากมากเมื่อทั้งสองฝ่ายอยู่บนไม้กวาดที่มีความเร็วสูง ปรากฎครั้งแรกในควิดดิชเวิลด์คัพ ค.ศ.1473

วูลลองกอง ชิมมี่ (Woollongong Shimmy)
เป็นท่าที่ทีมวูลลองกอง วอร์ริเออส์ จากออกเตรเลียทำได้สมบูรณ์แบบมาก นี่เป็นท่าบินซิกแซ็กด้วยความเร็วสูง เพื่อสลัดเชสเซอร์ฝ่ายตรงข้ามไม่ให้ติดตามได้

รอนสกี้ เฟนต์ (Wronski Feint)
ซีกเกอร์บินข้างสิ่งกีดขวางไปที่พื้นสนาม ทำเป็นว่าเห็นลูกสนิชอยู่ไกลๆข้างล่าง แล้วเชิดหัวไม้กวาดขึ้นก่อนจะดิ่งลงไปกระแทกพื้น ท่านี้ตั้งใจหลอกให้ซีกเกอร์อีกฝ่ายทำตามจนดิ่งไปกระแทกพื้น ตั้งชื่อว่าโจเซฟ รอนสกี้ ซีกเกอร์ชาวโปแลนด์



ไม่มีข้อสงสัยเลยว่าควิดดิช ได้เปลี่ยนไปมาก จากที่เคยได้รู้เมื่อครั้งที่เกอร์ตี้ ค็ดเดิลเห็น 'พวกกะโหลกทึบ' เล่นกันที่หนองน้ำเควียดิช บางทีถ้าเกอร์ตี้มีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน เธอเองก็อาจจะตื่นเต้นเร้าใจไปกับบทกวีและพลังของเกมควิดดิชเหมือนกัน ขอให้กีฬานี้จงพัฒนาก้าวหน้าต่อไปอีกนานเท่านาน และ ขอให้พ่อมดแม่มดรุ่นต่อไปในอนาคตได้สนุกนานเพลิดเพลินกับกีฬาที่วิเศษที่สุด นี้ชั่วกาลนาน

สัตว์วิเศษ และ การจัดหมวดหมู่สิ่งมีชีวิต

สัตว์วิเศษ และ การจัดหมวดหมู่สิ่งมีชีวิต

  เนื่องจากกองออกระเบียบและควบคุม สัตว์วิเศษได้จัดประเภทของ สัตว์ สิ่งมีชีวิตชั้นสูง และ วิญญาณทั้งหมดที่รู้จัก สิ่งนี้ได้เป้นแนวทางที่ชี้ให้เห็นอันตรายของสัตว์แต่ละชนิด โดยแบ่งได้เป็นห้าประเภทดังนี้

ประเภทสัตว์วิเศษโดยกระทรวงเวทมนตร์ (ก.ว.ม.)

XXXXX อันตรายระดับเพชรฆาต/ ไม่สามารถฝึกหรือเลี้ยงไว้ในครัวเรือนได้เลย XXXX อันตราย/ต้องใช้ความรู้ของผู้เชี่ยวชาญ/พ่อมดที่มีทักษะสูงสามารถรับมือได้XXX พ่อมดที่มีความสามารถทั่วไปสามารถรับมือได้XX ไม่มีอันตราย / อาจเลี้ยงไว้ในครัวเรือนได้ X น่าเบื่อ


ประเภทสัตว์วิเศษโดยกระทรวงเวทมนตร์ (ก.ว.ม.)

กรินดี้โลว์ (Grindylow) ประเภทที่ ก.ว.ม. จัดไว้ : xx
กรินดี้โลว์เป็นปีศาจน้ำตัวสีเขียวซีดและมีเขา พบได้ตามทะเลสาบทั่วอังกฤษและไอร์แลนด์ กินปลาตัวเล็กๆเป็นอาหาร กรินดี้โลว์ดุร้ายกับพ่อมดและมักเกิ้ลพอๆกัน แต่ชาวเงือกจะทำให้กรินดี้โลว์เชื่องได้ กรินดี้โลว์มีนิ้วยาวมาก ซึ่งแม้จะใช้ยึดจับอะไรได้เหนียวแน่นแต่ก็หักได้อย่างง่ายดาย

กริฟฟิน (Griffin) ประเภทที่ ก.ว.ม. จัดไว้ : xxxx
กริฟฟินมีกำเนิดในประเทศกรีซ ขาคู่หน้าและหัวเป็นนกอินทรียักษ์ ลำตัวและขาคู่หลังเป็นสิงโต พ่อมดมักให้กริฟฟินคอยเฝ้าสมบัติ เช่นเดียวกับสฟิงซ์ แม้ว่ากริฟฟินจะดุร้าย แต่พ่อมดที่เก่งกาจจำนวนหนึ่งก็สามารถปราบมันได้ กริฟฟินกินเนื้อดิบๆเป็นอาหาร

กลัมบัมเบิ้ล (Glumbumble) ประเภทที่ ก.ว.ม. จัดไว้ : xxx
กลัมบัมเบิ้ลพบได้ในแถบยุโรปตอนเหนือ เป็นแมลงบินได้ ตัวสีเทา ขนปุกปุย มันจะผลิตน้ำหวานที่มีสรรพคุณช่วยลดความเศร้าสร้อยได้ น้ำหวานนี้ใช้เป็นยาแก้โรคประสาทที่เกิดจากการกินใบอลิฮอทซี่เข้าไป บางครั้งกลัมบัมเบิ้ลอาจบุกเข้าไปอยู่ในรังผึ้ง ทำให้น้ำผึ้งมีสรรพคุณแปลกๆ กลัมบัมเบิ้ลทำรังอยู่ตามที่มืดๆ และห่างไกลจากผู้คน เช่นตามโพรงต้นไม้และถ้ำ มันกินต้นเน็ทเทิลเป็นอาหาร

กัปปะ (Kappa) ประเภทที่ ก.ว.ม. จัดไว้ : xxxx
กัปปะเป็นปีศาจน้ำญี่ปุ่น อาศัยอยู่ตามบ่อน้ำตื้นๆและแม่น้ำ คนมักจะมองว่ากัปปะคล้ายลิง แต่มีเกล็ดปลาอยู่ตามตัวแทนที่จะเป็นขน มันมีแอ่งเว้าใส่น้ำอยู่กลางกระหม่อม

กัปปะกินเลือดมนุษย์ แต่ถ้าโยนแตงกวาที่สลักชื่อคนให้มัน กัปปะก็จะไม่ทำร้ายคนๆนั้น เมื่อเผชิญหน้ากับกัปปะ พ่อมดควรล่อหลอกให้มันโค้งตัวลงซึ่งจะทำให้น้ำที่อยู่บนหัวหกลงมา แล้วกัปปะก็จะสูญสิ้นเรี่ยงแรงทั้งหมด

แกรปฮอร์น (Graphorn) ประเภทที่ ก.ว.ม. จัดไว้ : xxxx
ตัวแกรปฮอร์นพบได้ตามบริเวณที่เป็นภูเขาในยุโรป ร่างกายใหญ่โต ผิวสีม่วงเทา หลังค่อม มีเขายาวและแหลมคมมากสองเขา เท้าใหญ่โตมีนิ้วข้างละสี่นิ้ว และมีนิสัยดุร้ายตามธรรมชาติ บางครั้งอาจเห็นโทรลล์ภูเขาขี่หลังตัวแกรปฮอร์น แต่ฝ่ายหลังจะไม่ค่อยชอบใจนักที่มีผู้พยายามทำให้มันเชื่อง จึงเป็นเรื่องปกติที่จะเห็นโทรลล์มีบาดแผลเต็มตัวจากฝีมือของแกรปฮอร์น เขาของแกรปฮอร์นที่บดเป็นผงแล้วใช้ปรุงยาได้หลายชนิด แต่ก็มีราคาแพงลิบเพราะได้มาอย่างยากลำบาก หนังของแกรปฮอร์นเหนียวยิ่งกว่าหนังของมังกร และป้องกันเวทมนตร์คาถาส่วนใหญ่ได้

ครัป (Crup) ประเภทที่ ก.ว.ม. จัดไว้ : xxx
ครัปมีต้นกำเนิดอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอังกฤษ รูปร่างคล้ายคลึงกับสุนัขพันธุ์แจ็ก รัสเซลล์ เทอร์เรียร์มาก ยกเว้นที่หางซึ่งเป็นง่ามๆ ครัปแทบจะเรียกได้ว่าเป็นสุนัขของพ่อมดโดยแท้ เพราะมันซื่อสัตย์ต่อพ่อมดมากและดุร้ายต่อมักเกิ้ลที่สุด ครัปเป็นนักเขมือบตัวยง มันกินทุกอย่างตั้งแต่ตัวโนมไปถึงยางรถยนต์เก่าๆ พ่อมดอาจขอใบอนุญาติเลี้ยงครัปได้จากกองออกระเบียบและควบคุมสัตว์วิเศษ โดยต้องผ่านการทดสอบง่ายๆ เพื่อพิสูจน์ว่าผู้ขอสามารถควบคุบดูแลครัปได้ในบริเวณที่มีมักเกิ้ลอาศัย อยู่ เจ้าของครัปมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องกำจัดหางของมันด้วยคาถาตัดที่ไม่ทำ ให้เกิดความเจ็บปวดเมื่อครัปมีอายุได้หกถึงแปดสัปดาห์ เพื่อไม่ให้พวกมักเกิ้ลสังเกตเห็น

ควินทาเพ็ด (Quintaped) / มีอีกชื่อว่า แฮรี่ แมคบูน (Hairy MacBoon) ประเภทที่ ก.ว.ม.จัดไว้ : xxxxx
ควินทาเพ็ดเป็นสัตว์กินเนื้อที่อันตรายมากชื่นชอบเนื้อมนุษย์เป็นพิเศษ ร่างกายที่เตี้ยม่อต้อของมันและขาทั้งห้าข้างล้วนมีขนสีน้ำตาลแดงขึ้นอยู่ดก หนา ขาแต่ละข้างมีเท้าบิดผิดรูป ควินทาเพ็ดพบได้เฉพาะที่เกาะเดรียร์ซึ่งอยู่นอกแหลมตอนเหนือสุดของสกอตแลนด์ ด้วยเหตุนี้ เกาะเดรียร์จึงถูกทำให้ไม่ปรากฏในแผนที่

มีตำนานว่า ครั้งหนึ่งบนเกาะเดรียร์เคยมีครอบครัวพ่อมดอาศัยอยู่สองครอบครัว คือตระกูลแมคคลีเวอร์ท และตระกูลแมคบูน การดวลด้วยความเมามายระหว่างดูกอลด์ ประมุขตระกูลแมคคลีเวอร์ท กับควินเทียส ประมุขตระกูลแมคบูน คาดว่าสิ้นสุดลงด้วยความตายของดูกอลด์ ตำนานเล่าว่าเพื่อเป็นการแก้แค้น กลุ่มพ่อมดตระกูลแมคคลีเวอร์ทได้เข้าล้อมบ้านตระกูลแมคบูนในคืนหนึ่ง แล้วสาปให้ตระกูลแมคบูนทุกคนกลายร่างเป็นสัตว์ใหญ่ห้าขา แต่พวกแมคคลีเวอร์ทก็รู้ตัวช้าไปเสียแล้ว ว่าตระกูลแมคบูนที่แปลงร่างแล้วนั้นอันตรายมากกว่าเดิมเสียอีก(ตระกูลแมคบูน มีชื่อเสียงในการใช้เวทมนตร์อย่างไม่เหมาะสม)ยิ่งกว่านั้นตระกูลแมคบูนเองก็ ยังต่อต้านความพยายามใดๆที่จะเปลี่ยนพวกเขากลับเป็นมนุษย์ แล้วก็ฆ่าตระกูลแมคคลีเวอร์ททุกคนจนไม่เหลือมนุษย์บนเกาะนั้นเลย ตอนนั้นเองที่พวกแมคบูนรู้ตัวว่า เมื่อไม่เหลือใครที่ใช้ไม้กายสิทธิ์ได้ พวกตนก็ต้องอยู่ในร่างสัตว์ตลอดไป


นิทานเรื่องนี้จะจริงหรือไม่ ไม่มีใครรู้ ไม่มีคนตระกูลแมคคลีเวอร์ทหรือแมคบูนรอดชีวิตมาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับ บรรพบุรุษของพวกเขาให้เราฟัง ตัวควินทาเพ็ดเองก็พูดไม่ได้ และจะต่อต้านอย่างแข็งขันต่อความพยายามทุกอย่างของกองออกระเบียบและควบคุม สัตว์วิเศษที่จะจับตัวมันมาลองเสกให้กลับเป็นมนุษย์ ดังนั้นเราจึงจำต้องยอมรับว่า ถ้าควินทาเพ็ดเป็นอย่างชื่อเล่นของมัน คือ แฮรี่ แมคบูนหรือแมคบูนขนดกจริงๆละก็ พวกมันก็คงอยากใช้ชีวิตเป็นสัตว์ต่อไปนั้นเอง

เคลปี้ (Kelpie) ประเภทที่ ก.ว.ม.จัดไว้ : xxxx
ปีศาจน้ำแห่งอังกฤษและไอร์แลนด์ชนิดนี้สามารถเปลี่ยนร่างได้หลายแบบ ส่วนมากจะแปลงเป็นม้า และใช้ต้นกกทำเป็นขนแผงคอ เคลปี้จะล่อหลอกให้คนมาขี่หลัง แล้วก็จะดำลงไปก้นแม่น้ำหรือทะเลสาบทันที จากนั้นมันก็จะกินเหยื่อแล้วปล่อยให้ตับไตไส้พุงลอยสู่ผิวน้ำวิธีที่ถูกต้อง ในการปราบเคลปี้ก็คือ คล้องบังเหียนรอบหัวของมัน แล้วร่ายคาถายึดแน่น ซึ่งจะทำให้เคลปี้สงบและไม่ดุร้ายอีกต่อไป

เคลปี้ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ในทะเลสาบล็อกเนส ประเทศสกอตแลนด์ รูปร่างที่มันชอบคือ งูทะเล ผู้สังเกตการณ์จากสมาพันธ์พ่อมดนานาชาติรู้ตัวว่าไม่ได้เผชิญหน้ากับงูทะเล จริงๆ ก็ตอนเห็นมันเปลี่ยนร่างเป็นนากเมื่อคณะมักเกิ้ลนักสำรวจเข้าใกล้ และพอปลอดคนก็เปลี่ยนกลับเป็นงูทะเลใหม่อีกครั้ง

ตัวละครสำคัญ

ตัวละครสำคัญ

  • แฮร์รี่ พอตเตอร์ เป็นตัวเอกของนิยายชุดนี้ เขาเป็นเด็กชายพ่อมดกำพร้า ลักษณะสำคัญคือมีแผลเป็นรูปสายฟ้าบนหน้าผาก มีชื่อเสียงในโลกเวทมนตร์หลังจากรอดชีวิตจากความพยายามฆ่าเขาโดยลอร์ดโว ลเดอมอร์เมื่อครั้งยังเป็นทารก
  • รอน วีสลีย์ เพื่อนสนิทของแฮร์รี่ โดยแฮร์รี่พบบนรถไฟไปยังฮอกวอตส์ครั้งแรก รอนเป็นลูกคนที่หกจากเจ็ดคนในครอบครัววีสลีย์
  • เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ เพื่อนสนิทของแฮร์รี่อีกคนหนึ่ง เกิดจากครอบครัวมักเกิ้ล เธอเป็นคนที่ฉลาดรอบด้าน ชอบอ่านหนังสือ
  • ลอร์ดโวลเดอมอร์ เป็นตัวร้ายหลักของเรื่อง ลอร์ดโวลเดอมอร์เป็นพ่อมดที่มีพลังสูงและแทบจะเป็นอมตะจากการใช้ศาสตร์มืด เขาเป็นผู้ฆ่าพ่อแม่ของแฮร์รี่ ลอร์ดโวลเดอมอร์เป็นพ่อมดที่ผู้คนส่วนใหญ่ในโลกพ่อมดหวาดกลัวถึงขนาดไม่กล้า เอ่ยชื่อออกมา เขาเป็นเด็กกำพร้าเช่นเดียวกับแฮร์รี่ เดิมชื่อว่า ทอม ริดเดิ้ล สุดท้ายตายเนื่องจากโดนคาถาพิฆาตของตนย้อนกลับในการต่อสู้ในสงครามฮอกวอตส์
  • อัลบัส ดัมเบิลดอร์ อาจารย์ใหญ่ของฮอกวอตส์ สมาชิกของสมาพันธ์พ่อมดแม่มดนานาชาติและหัวหน้าผู้วิเศษของศาลสูงวิเซ็นกา ม็อต เป็นพ่อมดที่ได้รับการนับถือสูง เป็นผู้ให้คำแนะนำและช่วยเหลือแฮร์รี่ เป็นผู้ที่ชนะเกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ เพื่อนรักในสมัยหนุ่มของเขาจนมีชื่อเสียงโด่งดัง
  • เดรโก มัลฟอย นักเรียนสลิธีรินปีเดียวกับแฮร์รี่ เป็นคู่ปรับของแฮร์รี่
  • จินนี่ วีสลีย์ ลูกคนสุดท้องของครอบครัววีสลีย์ เธอเป็นคนเปิดห้องแห่งความลับ ใน แฮร์รี่ พอตเตอร์กับห้องแห่งความลับ และมีความสัมพันธ์กับแฮร์รี่
  • เนวิลล์ ลองบัตท่อม เพื่อนของแฮร์รี่ ที่พ่อแม่ถูกผู้เสพความตายทรมานจนเสียสติ เขาเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับคำพยากรณ์ว่าจะปราบโวลเดอมอร์ลงได้
  • เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ พ่อมดฝ่ายมืด ผู้คลั่งไคล้ศาสตร์มืด อดีตเพื่อนรักอาจารย์ใหญ่โรงเรียนฮอกวอตส์ อัลบัส ดัมเบิลดอร์ เคยวางแผนเปลี่ยนแปลงโลกเวทมนตร์กับดัมเบิลดอร์ แต่ความสัมพันธ์ต้องแตกหักเมื่อ เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ หันไปฝักใฝ่ฝ่ายมืด และสุดท้ายโดนกำจัดโดยดัมเบิลดอร์ เขาถูกจำขังไว้ที่คุกนูร์เมนการ์ดของเขาเอง ภายหลังถูกโวลเดอมอร์ฆ่า
  • รูเบอัส แฮกริด คนดูแลสัตว์ของฮอกวอตส์ ต่อมาได้เป็นอาจารย์สอนวิชาการดูแลสัตว์วิเศษ เป็นบุคคลแรกที่แฮร์รี่รู้จักจากโลกเวทมนตร์ แฮกริดเคยถูกไล่ออกจากฮอกวอตส์เพราะถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้เปิดห้องแห่งความ ลับ
  • เซเวอร์รัส สเนป อาจารย์สอนวิชาปรุงยาซึ่งแฮร์รี่ไม่ชอบ โดยสมัยเด็กเคยเป็นคู่ปรับของเจมส์ พอตเตอร์ พ่อของแฮร์รี่ หนึ่งในผู้สร้างแผนที่ตัวกวนและเพื่อนของเขา สเนปเคยเป็นสมุนของโวลเดอมอร์ แต่ก็เป็นบุคคลที่ดัมเบิลดอร์เชื่อใจ สเนปเป็นผู้สังหารดัมเบิลดอร์ในแฮร์รี่ พอตเตอร์กับเจ้าชายเลือดผสม และถูกฆ่าโดยลอร์ดโวลเดอมอร์ ใน แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูตและก่อนที่เขาจะตายได้มอบความทรงจำทั้งหมดที่อธิบายว่าทำไมเขาถึงต้องสังหารอัลบัส ดัมเบิลดอร์และไขข้อข้องใจของแฮร์รี่ทุกเรื่อง
  • ซิเรียส แบล็ก นักโทษคนแรกที่สามารถหนีออกจากคุกอัซคาบันได้ เป็นพ่อทูนหัวของแฮร์รี่ พอตเตอร์ เป็นแอนนิเมจัสแปลงร่างเป็นสุนัขสีดำตัวใหญ่หรือกริมได้ หนึ่งในผู้สร้างแผนที่ตัวกวน เสียชีวิตเพราะถูกฆ่าโดย เบลลาทริกซ์ เลสแตรงจ์ ใน แฮร์รี่ พอตเตอร์กับภาคีนกฟีนิกซ์ ด้วยคำสาป อะวาดา เคดาฟราและตกลงไปในม่านมรณะ
  • รีมัส ลูปิน อาจารย์สอนวิชาการป้องกันตัวจากศาสตร์มืดใน แฮร์รี่ พอตเตอร์กับนักโทษแห่งอัซคาบัน หนึ่งในผู้สร้างแผนที่ตัวกวน เพื่อนรักของ เจมส์ พอตเตอร์ เป็นมนุษย์หมาป่า เขาถูกผู้เสพความตายฆ่าในภาคสุดท้าย
  • ปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์ อดีตเพื่อนรักของ เจมส์ พอตเตอร์ หนึ่งในผู้สร้างแผนที่ตัวกวน เป็นอะนิเมะจัสแปลงร่างเป็น หนู เป็นทาสรับใช้ของโวลเดอมอร์ เป็นผู้ที่มีส่วนที่ทำให้โวลเดมอร์ฟื้นคืนชีพขึ้นมา สุดท้ายถูกมือวิเศษที่โวลเดอมอร์เสกให้รัดคอตาย
  • เจมส์ พอตเตอร์ พ่อของ แฮร์รี่ พอตเตอร์ เป็นหนึ่งในผู้สร้างแผนที่ตัวกวนเป็นแอนนิเมจัส แปลงร่างเป็นกวางตัวผู้ได้ เป็นเพื่อนสนิทของ ซิเรียส แบล็ก และ รีมัส จอห์น ลูปิน ถูกฆ่าโดย ลอร์ดโวลเดอมอร์
  • ลิลี่ พอตเตอร์ แม่ของแฮร์รี่ พอตเตอร์ เกิดจากมักเกิ้ล ถูกฆ่าโดยลอร์ดโวลเดอมอร์
  • ลูน่า เลิฟกู๊ด เป็นหนึ่งในสมาชิกของกองทัพดัมเบิลดอร์ ปรากฏตัวครั้งแรกในภาคห้า แฮร์รี่ พอตเตอร์กับภาคีนกฟีนิกซ์ พ่อของเธอเป็นบรรณาธิการนิตยสาร เดอะควิบเบลอร์